![]() |
|
Rezet โดดเด่นด้วยไอเดีย
|
|
ทำไม? และเพราะอะไร? ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อนี้ถึง ** อันดับหัวแถวของวงการได้ บุคคลผู้อยู่เบื้องหลังของผลิตภัณฑ์ ** นี้จะมาบอกเล่าถึงที่มาที่ไปของ Rezet คุณอนวัช สายอุบล ** audiOphile : ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยครับว่าเริ่มต้นเป็นมายังไง? อนวัช : เรื่องเริ่มต้นมาจากเพื่อนผมที่ชื่อคุณวิทย์เจ้าของร้านร้านบางกอกไฮไฟเป็นคนแนะนำให้เข้ามาทำตรงนี้ เพราะตอนแรกเริ่มเลยตลาดของขาตั้งและชั้นวางจะมีของยี่ห้อหนึ่งจากต่างประเทศที่ได้รับความนิยมอยู่ ส่วนผู้ผลิตในเมืองไทยจะมีแค่เจ้าหรือสองเจ้าเท่านั้น ก็เหมือนกับเรายังมีโอกาสทำธุรกิจตรงนี้ได้ ก็เลยเริ่มจากตรงนี้ขึ้นมา audiOphile : ทำมากี่ปีแล้วครับ? อนวัช : 4 ปีแล้ว ประมาณเดือนกันยายนปี 42 ตอนแรกก็ไปทำความรู้จักกับโรงงานผู้ผลิต จากนั้นก็ทำแบบขึ้นมาตัวหนึ่งแล้วไปออกงานที่แสดงเครื่องเสียงที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ตอนนั้นก็ไม่ได้ทำออกมาขาย ทำออกมาตั้งโชว์แล้วให้คนวิจารณ์ว่าชอบมั้ย? ถ้าเป็นแบบนี้จะซื้อมั้ย? ชอบรูปแบบมั้ย? ซึ่งก็ได้รับการก่อตั้งค่อนข้างดี จึงตัดสินใจทำธุรกิจนี้ขึ้นมา audiOphile : ดูเหมือนว่าคุณจะเป็นคนหนึ่งที่มีไอเดียทางการออกแบบ? อนวัช : คือตอนสมัยเด็กผมชอบการวาดรูป การเขียนแบบ แต่ไม่ได้เรียนโดยตรง ก็จะมีเรียนแค่พื้นฐานบ้างตอนมัธยม audiOphile : เรียนรู้ด้วยตนเอง? อนวัช : เรียนรู้ด้วยตนเอง และอาศัยประสบการณ์บางอย่าง และก็คำแนะนำของเพื่อนๆ ที่ว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วก็วาดเป็นภาพออกมา แล้วก็ส่งไปให้โรงงานผลิต audiOphile : ข้อมูลที่ใช้ในการออกแบบชั้นวางได้มาจากไหน? เล่นเครื่องเสียงมาก่อนหรือไม่? อนวัช : เดิมจริงๆ แล้วเป็นคนที่ไม่ได้เล่นเครื่องเสียงเป็นจริงเป็น ** ก่อน แต่เป็นคนที่ชอบออกแบบ เป็นคนที่ชอบดนตรี แต่ไม่ได้ฟังเครื่องเสียง ** ไฮเอ็นด์แบบนี้มาก่อน ฟังในแนวผู้ฟังเพลง แกะเพลง เล่นกีตาร์ เล่นคีย์ ** audiOphile : ทำไมไม่เข้ามาในวงการเครื่องเสียงถึงเลือกมองการออก ** วางโดยเฉพาะ ทำไมไม่เลือกทำลำโพง? อนวัช : คุณวิทย์จะคลุกคลีอยู่กับเรื่องเสียง มีประสบการณ์ในเรื่อง ** ในเรื่องการออกแบบผมก็ได้โจทย์จากเขามาแล้วผมก็เอามาสร้างให้มันสำเร็จ ** เท่านั้นเอง ไอเดียการออกแบบก็มาจากคุณวิทย์ด้วย audiOphile : หลังจากเอางานตัวแรกไปโชว์ ประสบความสำเร็จ ** ดูมีถามเรื่องเสียงหรือไม่ว่าดีไม่ดี? อนวัช : ส่วนใหญ่เขาจะติ และสงสัยว่ามันไม่บอบบางไปหน่อย ** น่าจะแน่นหนา ผมก็เลยบอกว่าฟอร์แมตมันใช่ แต่ผมอยากจะฉีกรูป ** นิดหน่อย อยากให้โชว์มันเป็นเฟอร์นิเจอร์ตัวหนึ่งบ้านมากกว่า เหมือน ** เครื่องเสียงให้สวยขึ้น ซึ่งมันก็แม็ตชิ่งกับขาตั้งได้ดี audiOphile : เห็นรุ่นก่อนมีไม้ มีแกรนิต กับอะครีลิคด้วยทุก ** อยู่รึเปล่า? อนวัช : ทุกวันนี้ตัวไม้ยังมีอยู่ แต่ประมาณเดือนมิถุนายนคง ** เพราะตอนนี้ไม้หมด เรื่องก็คือว่าทางโรงงานเขาให้ผมสต็อกไม้จำนวนหนึ่งซึ่งค่อนข้างมาก แต่ผมรับไม่ไหว เพราะปีหนึ่งผมขายได้ไม่กี่พันแผ่น ตรงนั้นผมทำไม่ได้ ดังนั้นเลยขออาศัยพ่วงเจ้าใหญ่บางเจ้าที่เขาสั่งมา audiOphile : ก็แปลว่ามีปัญหาเรื่องของขาดสต็อกไปบ้าง? อนวัช : ใช่ครับ ก็จะเป็นตัวไม้ที่ขาด audiOphile : แล้วตัวที่เป็นแกรนิตกับอะคริลิคล่ะ? อนวัช : จริงๆ แล้วยอมรับตามตรงว่าตัวที่เป็นแกรนิตมันหนักมาก มีความรู้สึกว่าเวลาเอาไปส่งให้ลูกค้ามันเหนื่อยมาก แต่ผลออกมามันค่อนข้างดีมากครับ ถ้าเทียบกันแล้ว ใจผมชอบอะคริลิคมากกว่า มันให้ความโมเดิร์นขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างแตกต่าง ส่วนใหญ่ที่คนใช้กันจะเป็นหินอ่อนแกรนิต แต่ผมเลือกใช้แกรนิตสีดำ แต่ทำออกมาแค่ล็อตเดียว audiOphile : เขาชอบแบบไหนมากกว่า เพราะอะไร? อนวัช : ชอบไม้มากกว่า เรื่องแพงก็ว่ามีส่วน เพราะเราสั่งแกรนิตมาแผ่นหนึ่งก็ราคาหลายพันบาท คนส่วนใหญ่ชอบไม้มากกว่า เพราะว่าความนุ่ม ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติ audiOphile : มีคนบอกชอบไม่เพราะเสียงรึเปล่า? อนวัช : มีบ้าง เขาบอกว่าฟังเพลงเพราะๆ ได้นุ่มดี ทำให้ซอฟต์ดี audiOphile : แล้วในฐานะที่เป็นคนออกแบบมีฟังแล้วเปรียบเทียบบ้างมั๊ย แล้วจับความแตกต่างได้มั๊ย? อนวัช : มีบ้าง ก็จับความแตกต่างระหว่างอะคริลิคกับไม้ได้ พอฟังออกบ้างเล็กน้อย คือยังไม่มีเวลาที่เจาะจงฟัง แต่ถ้าถามว่ามีความเปลี่ยนแปลงบ้างมั๊ย มีความเปลี่ยนแปลงจริงกับเพลงๆ หนึ่ง audiOphile : เห็นว่าคอนเซ็ปต์ในการออกแบบช่วงหลังมีการเปลี่ยนไป มีที่มาที่ไปรึเปล่า? อนวัช : คืออยากจะฉีกแนวเท่านั้นเอง อยากจะเพิ่มดีไซน์การผลิตขึ้นมา เพิ่มรูปแบบใหม่ๆ ในสายการผลิต อย่างชั้นวางรูปตัว S ที่ออกแบบดูแล้วยังไม่มีคนทำ ก็เลยทำขึ้นมา ตอนแรกก็หาวิธีว่าระหว่างชั้นอะไรที่จะเป็นตัวที่รองรับแผ่นที่จะวางควรเป็นอะไร ก็จบที่ตัวยางตัวนี้ แล้วทำเบ้าขึ้นมา จากนั้นก็ปรับแต่งให้มันทำงานระหว่างชั้นได้ด้วย แล้วก็ปรับที่ปลายขาด้วย audiOphile : ที่ขา เห็นเปลี่ยนเป็น glasses ด้วย มีการทดลองวัสดุมาหลายแบบ แล้วทำไมมาจบที่กระจก? อนวัช : ผมวางไม้แล้วดูเหมือนมันไม่ค่อยเข้ากัน ในแง่ของดีไซน์มันดูคนละแนว แต่บางคนก็ชอบแบบนั้นนะครับ แต่สำหรับผม ผมว่าตัวที่ผมออกแบบของผมมันเหมาะกับกระจกสีชามากกว่า มันสามารถที่จะอยู่ตรงไหนก็ได้ audiOphile : ก่อนหน้านี้จะมีอุปกรณ์ที่รองแทรกเครื่องที่นิยมกัน ที่เป็นลูกปืน? อนวัช : ของผมถ้ากระจกมันรองลูกปืนมันก็ไม่อยู่ ก็เลยต้องหาวิธีที่ไม่ให้กระจกมันเคลื่อนก็เลยได้ยางตัวนี้มา audiOphile : มีมั๊ยครับที่ทำเสร็จแล้วแต่มีการปรับเปลี่ยนบางชิ้นส่วนเพื่อแก้เรื่องเสียง? อนวัช : ก็มีส่วนใหญ่จะเป็นขาตั้งลำโพง audiOphile : สินค้าที่มีตอนนี้ก็จะมีขาตั้งลำโพง ชั้นวางเครื่องเสียง แล้วมีอะไรอีกครับ? อนวัช : ชั้นวางที่ทำด้วยแม่เหล็ก ส่วนใหญ่นักเล่นเครื่องเล่นจะชอบแบบแยกชิ้นวาง เราเลยทำแบบวางเฉพาะตัวขึ้นมา ทั้งขาเตี้ย และขาสูง ก็คือออกแบบตามความเหมาะสมของนักเล่น อย่างตัวนี้ Magnet 8 เพราะมี 8 ขา เหมาะกับเครื่องเล่นซีดีหรือเอวีรีซีฟเวอร์ที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากนิดหนึ่ง แต่สมมุติว่าถ้าต้องการตัวที่ราคาย่อมเยาขึ้นมาหน่อยเราก็จะทำตัว 4 ขาขึ้นมา audiOphile : ก็แสดงว่าจะมีโปรดักส์ตามออกมา ไปได้ไอเดียมาจากไหนตัวนี้? อนวัช : ก็คุณวิทย์แหละครับ เขาอยากได้แบบให้เห็นเครื่องเล่นซีดีมันลอยได้ ก็เลยคุยกันถึงเรื่องแม่เหล็กแล้วก็เลยหาวิธีทำที่ให้มันลอยได้จริง ไม่ใช่ว่าเป็นแท่นแล้วข้างในมีอะไรก็ไม่รู้ audiOphile : เห็นเป็นรูปทรงกระบอก? อนวัช : จะทำเป็นเหมือนลักษณะของลูกสูบที่ข้างในเป็นแม่เหล็ก มันใช้ขั้วเดียวกันผลักกันขึ้นมา audiOphile : ใช้เวลาเขียนมันขึ้นมานานเท่าไรครับหลังที่ได้ไอเดียทรงกระบอกมีแม่เหล็กข้างในแล้ว? อนวัช : เฉพาะแบบประมาณ 2 อาทิตย์ audiOphile : แบบที่เขียนมามีสัดส่วนเป๊ะเลยรึเปล่า? อนวัช : ยังครับ ต้องคุยกับทางโรงงานอีกที ต้องถามว่ากระบอกมีไซส์ไหนบ้าง ผมจะได้แก้ไซส์ของตัวแม่เหล็กมาก่อน ราคาของมันค่อนข้างแพงมาก ยิ่งใหญ่ก็ยิ่งแพง audiOphile : เป็นสินค้าแล้ว มีขายไปบ้างแล้ว มีการเช็คฟีดแบ็คบ้างมั๊ย? อนวัช : เขาบอกว่าเสียงมีความสะอาดมากขึ้น เสียงมีความเป็นระเบียบมากขึ้น ทำนองนี้ audiOphile : ตัวต้นแบบตัวแรกออกมาก็เสียงดีเลย? อนวัช : จริงๆ แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นแนวที่ตัวเองชอบ ทิศทางที่เราชอบถามว่าเสียงดีมั๊ยต้องให้นักดนตรีเป็นคนตัดสินด้วย ซึ่งเขาบอกเลยว่าเสียงดีขึ้นมามาก audiOphile : ณ ตอนนี้ตอบตัวเองได้ หรือมีคู่มือสำหรับตัวเองรึยังว่ามีจุดไหนสามารถจะดีไซน์เพื่อปรับจูงเสียงที่เราต้องการ หรือบางจุดเพื่อพัฒนาคุณภาพเสียงสำหรับสินค้าเหล่านี้? อนวัช : ตอนนี้ยังไม่ได้คิดไกลถึงขนาดนั้น พูดตามตรงเลยถ้าดีไซน์แล้วชอบก็เป็นแบบนั้น นอกจากพวกลูกค้าที่เล่นไฮเอ็นด์เขาคอมเม้นต์มา ผมก็จะหาวิธีแก้ตรงนั้นไป audiOphile : มีอะไรอีกมั๊ยที่อยากจะสื่อสารไปถึงคนเล่นเครื่องเสียง? อนวัช : ก็เหมือนกับว่าลูกค้าแต่ละคนที่มาก็มีลักษณะแตกต่างกันตรงที่ว่า บางท่านก็ดูเหมือนนักเล่น บางท่านก็เหมือนกับซื้อไปเป็นเฟอร์นิเจอร์ ซื้อไปวางไว้อวดมากกว่า การที่จะดูชั้นวางเครื่องเสียงสักเครื่องให้แม็ตช์กับตัวเครื่อง บางทีปัจจัยมันไม่ได้อยู่เฉพาะรูปแบบรูปลักษณ์ คือรูปแบบที่นำเสนอออกมามันดูเหมือนง่าย ทำไม่ค่อยยาก ดูเหมือนว่าไม่คำนึงถึงว่าก่อนผลงานชิ้นนี้ที่จะคิดออกมาต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนใหญ่ที่มาติก็จะเป็นเรื่องของราคา เขาเปรียบเทียบกับที่ขายในท้องตลาดที่ถูกกว่านี้ บอกว่างานก็ดูง่ายๆ ไม่น่าจะแพงขนาดนั้น ของผมอาจจะสู้ราคากับผู้ที่ผลิตเป็นแมสไม่ได้แต่ชิ้นงานที่ผมทำค่อนข้างจะเอาใจเข้าไปให้มัน ตั้งใจจริง คุมการคิดออกมาเพื่อให้ออกมาเนี้ยบ ผมเน้นคุณภาพมากกว่า audiOphile : นี่อาจจะเป็นจุดหนึ่งในการที่สินค้าเราได้รับการยอมรับ เพราะต้องฝ่าด่านลูกค้า แล้วลูกค้าส่วนใหญ่เห็นแล้วซื้อเลยรึเปล่า? อนวัช : ของผมทำโชว์รูมที่ร้าน ยืมเครื่องมา ก็มีการฟัง คนที่ซื้อก็อยากลองมากกว่า แล้วก็ชอบที่มันสวยด้วย / |
|
|