Rezet ND-A1001 AUDIO BASE
จากนิตยสาร GM2000 Vol. 9 No. 105 December 2005


กล่าวกันแบบตรงไปตรงมา ผมออกจะห่างการเล่น “ เครื่องเคียง ” ที่เป็นอุปกรณ์ประกอบสำหรับการเล่นเครื่องเสียงในความหมายที่กว้างกว่า Accessories มานานกว่านานแล้ว อาจจะเนื่องเพราะเล่นจนไม่รู้ว่าจะเล่นอะไรอีกแล้วก็เป็นได้ หรือเล่นจนค้นพบสัจธรรมที่เป็นของตัวเอง ว่าที่สุดแล้วมันก็ “ แค่นั้น ” เองก็เป็นได้ หรือจะว่าเล่นจนไม่มีอะไรให้เกิด “ อยาก ” ลองเล่นอีก ก็เป็นได้อีกเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม, วันนี้เมื่อได้เห็น REZET ND-A1001 วางอยู่เบื้องหน้า ความ “ อยาก ” ที่ว่าหายไปนาน กลับหวนมาในทันที

ความอยากที่ว่านั้น, หวนกลับมาพร้อมกับเรื่องราวในอดีตด้วยท่วงทำนองที่ใกล้เคียงกันนั้นอีกมากกว่ามาก คิดไปถึงแท่นรองเครื่องของ “ เดอะ หั่ง ” ที่ทำออกมาภายใต้ชื่อ Hi-Fi-Base คิดไปถึงหมอนหนุนศีรษะที่ปกติใช้กันอยู่บนเตียงนอน แต่ “ เสี่ยเปา ” เอามาหนุนรองรับแท่น Micro Seiki คราวที่จะใช้เป็นต้นทาง เพื่อเล่นกับลำโพง Westlake ในห้องนวลจันทร์ โรงแรมอิมพีเรียล ครั้งงาน Bangkok Hi-Fi Show ปีแรกที่ผมมีส่วนจัดขึ้นเป็นหนแรกในเมืองไทยเมื่อปี พ.ศ. 2524 เพื่อสาธิตเครื่องเสียงชุดละเป็นล้านในยุคนั้นให้คนมางานได้ชม ได้ฟัง และให้ได้รู้กันว่าเสียงมันออกมาแจ่มแจ๋วเพียงไร ทว่า, ที่สุดแล้วก็เก็บเสียงฮัมไม่อยู่ ลงท้ายก็ต้องเปลี่ยนเครื่องเล่นแผ่นเสียงเป็นตัวใหม่ ซึ่งเป็นอีกยี่ห้อที่เสี่ยเขาไม่ได้นำเข้า แต่ปรากฏว่าเทอร์นชุดนั้นเอาเสียงฮัมที่ว่าซะอยู่หมัดครับ

มีใครทันยุคนั้น พอจะจำกันได้บ้างไหมครับ ว่าเทอร์นชุดใหม่ที่ว่านั้นเป็นของใครกัน คือ เป็นยี่ห้ออะไรนะครับ ไม่ใช่ว่าใครเป็นเจ้าของหรือเป็นผู้นำเข้ามาขายในบ้านเรา

คิดไปถึงหลายเรื่องราวครับ จนลงท้ายก็คิดถึงแท่นหรือถาด หรือกระบะทรายที่ทำเอง เพื่อใช้รองแท่น Kenwood KD 5000 ซึ่งจำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นตัวเองติดอาร์มอะไรไว้ แต่หัวเข็มนั้น จำได้เป็นเงาๆ ว่าน่าจะเป็น Grace F9E อะไรแถวๆ นี้นี่ละ

หรือโทนอาร์มนั้นจะเป็นของ Grace ด้วย ชักจะไม่แน่ใจแล้วล่ะซีครับ

ครับ อะไรชิ้นเดียวที่ว่าข้างต้นนั้น คือ REZET ND -A1001 ทำให้ผมเพริดกลับไปยังอดีตได้ถึงเพียงนี้

REZET ND-A1001 นี้, หากกล่าวโดยภาพรวมแบบกว้างๆ ก็ต้องบอกว่า คือ Audio Base หรือแท่นรองเครื่องประเภทหนึ่ง

ซึ่งโดยเจตนาในการออกแบบแล้ว ส่วนมากจะให้นำมาใช้กับแหล่งโปรแกรม คือ สำหรับรองเครื่องเล่นแผ่นเสียง หรือในปัจจุบันก็ต้องบอกว่าสำหรับรองเครื่องเล่นซีดีนั่นแหละครับ แต่ไม่จำกัดอยู่เพียงนั้นดอกครับ เพราะทราบมาว่ามีหลายๆ คนเอาไปใช้กับเครื่องที่เป็นเมน ซิสเต็ม อยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นแอมป์ หรือ เอ/วี รีซีฟเวอร์ ก็ตาม

และมีไม่น้อยเหมือนกันครับที่เอาไปใช้กับเครื่องหลอดทั้งในส่วนของปรีและเพาเวอร์แอมป์

ภาพลักษณ์โดยรวมของ REZET ND - A1001 นั้น แลดูสวยงามหรู และบ่งบอกความเป็นอุปกรณ์ชั้นเยี่ยมได้ด้วยตัวเองอย่างไม่ยากลำบากเลย เพราะด้วยอะครีลิกใสนั้น โปร่ง และกระจ่างตาละม้ายคล้ายมองดูแท่นที่กำเนิดมาจากแผ่นกระจกเจียระไนชั้นดี เห็นแล้วนึกไปถึงเครื่องเล่นแผ่นเสียงชั้นเยี่ยมจากยุโรปหลายราย ที่ปัจจุบันหันมาใช้แผ่นอะครีลิกเป็นแท่น เป็นแป้นหมุน ต้องบอกย้ำว่างามหรูจริงๆ

ส่วนประกอบแต่ละชิ้นนั้นแยกออกเป็นส่วนๆ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เป็นแบบสามหรือสี่ส่วนที่นำมาประกอบกัน กล่าวคือ ส่วนแรกที่เป็นส่วนฐานนั้น ติดตั้งแบบติดตรึงเอาไว้ด้วยกระบอกอะครีลิกใสจำนวนแปดกระบอกด้วยกัน โดยแต่ละกระบอกนั้นติดตรึงกับแผ่นฐานที่มีรูปทรงคล้ายกากบาท คือมีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมที่มีเส้นทแยงมุมยื่นออกไปแต่ละด้าน เพื่อติดตั้งกระบอกอะครีลิกที่ว่า ทั้งสี่มุม ขณะเดียวกันด้านในที่เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมนั้น แต่ละมุมก็จะมีกระบอกอะครีลิกนี้ติดตั้งอยู่ด้วย

โดยที่ด้านใต้ของกระบอกแต่ละชิ้นนั้นมี Spike อะครีลิกแบบแยกส่วนใช้วิธีขันเกลียวเข้าไปยังแท่นฐานตรงส่วนกระบอกอะครีลิก ซึ่งเมื่อติดตั้งส่วนนี้เสร็จแล้ว มันก็คือขาตั้งรับนั่นเอง นัยว่าการออกแบบให้มีขาวางถึงแปดขานั้น ก็เพื่อให้แท่นมีความนิ่งหรือมีความเสถียรมากยิ่งขึ้นถึงมากที่สุดนั่นเอง

ส่วนต่อมาคือ แกนรับน้ำหนักที่นำเข้าไปสวมไว้ในกระบอกอะครีลิก โดยที่ด้านใต้ของแกนนั้นติดตั้งเอาไว้ด้วยแม่เหล็กกำลังสูง คือ เป็นแม่เหล็กแบบ Neodymium (NdFeB) ซึ่งเป็นแม่เหล็กชนิดที่ได้ชื่อว่ามีแรงดึงดูดเข้าหากันสูงมาก และมีคุณสมบัติของค่า Remanence, Coercivity ซึ่งคือแรง หรืออำนาจที่ใช้ในการบังคับ ตลอดจนมีค่า Max. Energy Products ที่ดีเยี่ยมด้วย ดังนั้นเมื่อนำมาใช้เป็นแกนรับน้ำหนัก แล้วติดตั้งแม่เหล็กที่ว่านี้เอาไว้ใต้แกนรับน้ำหนัก พร้อมกับติดตั้งแม่เหล็กอีกชุดไว้ที่แท่นฐานด้านล่างที่อยู่ในส่วนของกระบอกอะครีลิก โดยให้แม่เหล็กทั้งสองนั้นหันขั้วเดียวกันเข้าหากัน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ แรงผลักพลังสูง ที่ดันเอาไว้ไม่ให้แกนรับน้ำหนักลงมากระทบแผ่นฐาน ผลที่ตามมาก็คือ แกนนั้นจะลอยอยู่ในอากาศที่อยู่ในกระบอกอะครีลิกนั่นเอง

แกนรับน้ำหนักนี้จะโผล่พ้นขึ้นมาจากกระบอกอะครีลิก โดยมีแหวนอะครีลิกล็อคเอาไว้ไม่ให้เคลื่อนตัว แต่สามารถขยับตัวขึ้นลงได้ตามน้ำหนักที่วางลงมา

ด้านบนของแกนรับน้ำหนักนี้จะเซาะร่องเป็นวงกลมเอาไว้ เพื่อใส่แหวนยางที่มีพื้นผิวแบบทรงกลมโดยนูนขึ้นมาเหนือแท่งแกนเล็กน้อย เพื่อรองรับแผ่นอะครีลิกแผ่นบนสุดที่เป็นอีกส่วนแยกต่างหาก โดยแผ่นอะครีลิกที่เปรียบเสมือนแผ่นรองรับเครื่องนั้น มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลบมุมที่ขอบทั้งสี่ให้โค้งมนเล็กน้อย

แผ่นอะครีลิกที่ใช้ในส่วนของแผ่นฐาน และแผ่นรองรับเครื่องนั้น มีความหนา ? นิ้ว ซึ่งดูมั่นคงแข็งแรงดีมาก ในขณะที่มิติของแท่นนั้น กว้าง 17? นิ้ว ยาว 21? นิ้ว สูง (เมื่อยังไม่ได้รับน้ำหนัก) 9? นิ้ว และสามารถรับน้ำหนักได้มากถึง 50 กิโลกรัม

และเมื่อทั้งหมดเป็นอะครีลิกใส จึงสามารถเห็นการทำงานของแท่นได้อย่างชัดเจนว่าเสมือนแกนรับน้ำหนักนั้นลอยอยู่ในอากาศจริงๆ

ซึ่งทั้งหมดนั้นเกิดจากแนวคิดโดยรวมที่ว่า ทำอย่างไรจึงจะให้เครื่องเสียงทำงานเหมือนกับลอยอยู่ในอากาศนั่นแหละครับ จึงอาจกล่าวได้ว่า-นี้, น่าจะเป็นแนวคิดอุดมคติเกี่ยวกับการออกแบบและการทำงานของเครื่องเสียง ที่ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านมานานเท่าใดก็ตาม แนวคิดนี้ยังคงถูกนำมาใช้อยู่ เพียงแต่มีการพัฒนารูปแบบและวิธีการเท่านั้นเอง เพราะแนวคิดที่ว่านี้เริ่มต้นมาตั้งแต่คราวที่ AR หรือ Acoustic Research คิดและออกแบบระบบสปริงแขวนลอยแบบสามจุด เพื่อนำมาใช้กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงเครื่องแรกของเขาเมื่อสี่ซ้าห้าสิบปีก่อนโน้นแล้ว

เจตนาการออกแบบแท่นรองลักษณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นของใครก็ตาม ก็จะเหมือนกันคือต้องการสลาย หรือขจัดทุกปัจจัยอันเกี่ยวกับแรงสั่นสะเทือนที่จะมากระทบกับเครื่องเสียง เพราะหากมีแรงสั่นมากระทบเข้าที่ขารองเครื่องเมื่อไร แรงสั่นนั้นก็จะถูกส่งต่อไปยังชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ภายในเครื่องอย่างมิอาจเลี่ยงได้ ซึ่งนั่นหมายถึงมีสิ่งไม่พึงประสงค์เข้าไปรบกวนการทำงานของเครื่องนั่นเอง

เมื่อการทำงานถูกรบกวน ก็เป็นเรื่องยากที่เครื่องจะให้การทำงานออกมาได้เต็มประสิทธิภาพ

ผลที่ตามมาก็คือ ยากที่จะได้คุณภาพอันแท้จริงของเครื่องนั้นๆ นั่นเอง, สรุปได้ง่ายๆ อย่างนี้ครับ

อุปกรณ์นี้จึงมีหน้าที่สำคัญคือช่วยให้เครื่องเสียงทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง

แล้วจะได้จริงไหม, ต้องลองครับ

ลองเล่น

ผมไม่ได้รู้สึกยุ่งยากอะไรกับการที่เอาแท่น Rezet Nd-A1001 ตัวนี้มาใช้งานร่วมกับเครื่องในซิสเต็มที่ฟังเพลงอยู่ตามปกติ

คือเป็นชุดสามัญประจำห้องที่มีไว้เพื่อความเพลิดเพลินยามต้องการความผ่อนคลายสถานเดียว

ไม่ใช่ซิสเต็มที่ซีเรียสอะไรนักหนา

แต่ก็ให้ความเป็นดนตรีในความหมายของ Musicality ออกมาได้ในระดับที่ยังความพึงใจให้ผมมากเกินพอ ชนิดที่ว่าอยู่กันมาจนกลายเป็นปู่ประจำห้องไปแล้วก็ว่าได้

ที่ว่าไม่ยุ่งยากก็คือ ผมเพียงแต่ขยับเครื่องเล่นที่ซีดีที่ปกติวางอยู่บนแท่นรองแบบ Hi-Fi Base ออกมา แล้วเอาแท่นที่ว่าออกไป พร้อมกับเอา Rezet ตัวนี้เข้ามาแทนที่, เท่านั้นเอง ก็เป็นอันจบเพื่อการเริ่มต้นใหม่ได้ในทันที

นั้นเป็นประการที่หนึ่งของการลองเล่น

ประการต่อมาผมลองแบบเอาแท่นเดิมคืนกลับให้เครื่องเล่นคอมแพ็คท์ ดิสก์ แล้วย้ายแท่น Rezet ให้ไปทำหน้าที่รองรับชุดแอมปลิไฟเออร์แทน ซึ่งปกติแล้วทั้งปรีแอมป์และเพาเวอร์-แอมป์ ชุดนี้วางกองอยู่กับพื้นห้องในลักษณะเคียงข้างกันอยู่ แต่เมื่อมีแท่นอยู่เพียงชิ้นเดียว ผมก็ต้องเลือกเอาว่าจะใช้กับปรีแอมป์ หรือว่าจะเอาไปลองกับเพาเวอร์-แอมป์ดู

ตัดสินใจไม่เด็ดขาดครับ แต่ด้วยความที่ว่ามีเวลาอยู่กับแท่นนี้ค่อนข้างนาน ก็เลยได้ลองสลับกันไปมาระหว่างเครื่องทั้งสองด้วย

ย้ำว่าทุกอย่างที่เป็นความคุ้นระหว่างผมกับเครื่องเสียงชุดนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรไปแม้แต่น้อย แม้กระทั่งตำแหน่วางเครื่องก็เป็นไปตามปกติ คือทุกชิ้นอยู่ที่เดิม ตำแหน่งเดิม

มีเพียงแท่น Rezet Nd-A1001 เท่านั้นที่เพิ่มเข้ามาในลักษณะของการเสริมซิสเต็ม

คุณภาพเสียง

ขอรายงานจากที่ลองข้างต้นนั้นแบบเล่าสู่กันฟังละกันนะครับ โดยจะเล่าถึงผลที่ได้จากการลองที่อาจจะกล่าวว่าไม่ได้ผลให้ทราบกันก่อน

คืออย่างที่บอก ปกติแล้วชุดปรี/เพาเวอร์-แอมป์ของผมนั้น จะวางเคียงกันอยู่ในลักษณะแถวหน้ากระดานกองอยู่กับพื้นเพราะต้องการให้ติดดินมากที่สุด รวมทั้งไม่ต้องการให้คลื่นความร้อนจากเครื่องหนึ่งไปกวนอีกเครื่องหนึ่ง โดยเฉพาะจากเพาเวอร์-แอมป์ ดังนั้น, ผมจึงไม่เคยเอาปรีแอมป์ไปวางซ้อนบนเพาเวอร์-แอมป์เลย

แต่เที่ยวนี้อยากลองครับ

กล่าวคือมีอยู่ช่วงหนึ่งผมลองจับปรีแอมป์ซ้อนบนเพาเวอร์-แอมป์ แล้วนำไปวางบนแท่น Rezet ตัวนี้ ฟังอยู่ครึ่งค่อนคืนไม่พบว่ามีใดที่ดีขึ้น หรือดีกว่าที่เคยวางกองกับพื้น ในขณะที่บางคราวนั้นมีความรู้สึกว่าน้ำเสียงมันไม่นิ่งด้วยซ้ำไป เกิดอาการวาบไหว หรือโยนตัวอยู่บ้างเล็กๆ แต่หากไม่จับสังเกตจริงๆ ก็ยากที่จะสะกิดหูอยู่เหมือนกัน

ซึ่งออกจะต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับคราวที่ใช้แท่นนี้กับปรีแอมป์ หรือกับเพาเวอร์-แอมป์ ที่แยกกันใช้ทีละเครื่องเป็นคราวๆ ไป เพราะเมื่อนำมาใช้กับเครื่องทั้งสองในลักษณะต่างกรรมต่างวาระดังว่า แม้จะไม่มีใดให้รู้สึกได้อย่างชัด หรือสะกิดหูได้เป็นครั้งคราวก็ตาม แต่เท่าที่ได้เพียรฟังกับแผ่นที่คือความเคยคุ้นทั้งหมด ยืนยันได้ประการหนึ่งว่าน้ำเสียงมีความนิ่งกว่าเดิมคือหากจะเปรียบความนิ่งที่ว่ากับขนาดของปลายปากกาแล้วล่ะก้อ จากแต่เดิมที่คุ้นกันอยู่กับการใช้ปากกาเบอร์ 0.3 นั้น ตอนนี้แม้จะลดลงมาเหลือชนิดที่ว่ายังไม่ถึงเบอร์ 0.1 ก็ตาม แต่ก็รู้สึกได้ว่าใหญ่กว่านั้นไม่มากนัก คือยืนยันได้ว่าไม่ถึง 0.2 อย่างแน่นอน

และสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นจะฟังได้ง่ายกว่าเมื่อใช้กับเพาเวอร์-แอมป์

แต่ที่เปลี่ยนอย่างชัดแจ้งที่สุด คือมิเพียงรับรู้ได้ว่าน้ำเสียงมีความนิ่งขึ้นเท่านั้น หากยังมีความเปลี่ยนแปลงทางด้านคุณลักษณะเสียงในบางด้านด้วย ก็ตอนที่ใช้เป็นแท่นรองเครื่องเล่นซีดีครับ

กล่าวคือ ในความนิ่งของเสียงที่เคยรู้สึกได้ก่อนหน้านี้จากที่ใช้กับปรีแอมป์ และเพาเวอร์-แอมป์นั้น เมื่อนำมาใช้กับเครื่องเล่นซีดีปรากฏว่าจับสังเกตปรากฎการณ์นี้ได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น คือผิดไปจากความเคยคุ้นก่อนหน้านี้ที่ไม่มีใดเข้ามายุ่งเกี่ยวในซิสเต็มอย่างสิ้นเชิง และที่สำคัญคือความนิ่งนั้น นิ่งในระดับที่ละเอียดกว่าเดิม เป็นจุดเล็กลงกว่าเดิม คือเป็นจุดเล็กไม่เกินไปกว่าปลายปากกาเบอร์ 0.1 อย่างแน่นอน

แล้วผลที่ตามมาจากนั้นคืออะไรอีก

ง่ายๆ แบบไม่ต้องสังเกตสังกาอะไรมากก็รับรู้ได้ทันทีว่าระหว่างชิ้นเครื่องดนตรีนั้นมีมวลอากาศมากกว่าเดิม มีระยะห่างที่ชัดเจนขึ้น มีพื้นที่ว่างระหว่างกันและกันมากขึ้นนั่นเอง

และเมื่อลึกลงไปในรายละเอียดของเพลง ของดนตรีจากที่ฟังกับแผ่นสามัญประจำห้องหลายๆ แผ่น หลากหลายรูปแบบดนตรีนั้น ผมพบว่ากับดนตรีอย่างซิมโฟนี ออร์เคสตรา จากแผ่น Vienna บรรเลงโดยวง Chicago Symphony Orchestra ควบคุมวงโดย Fritz Reiner นั้น สังเกตได้ว่ารูปวงมีการเปลี่ยนแปลงไป คือลึกกว่าเดิม ฟังแล้วรู้สึกว่าผนังห้องด้านหลังลึกกว่าที่เคยชิน ขณะเดียวกันน้ำเสียงมีความเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเสียงในย่านความถี่สูงจากไวโอลินนั้น ทอดยาวกว่าเดิมและมีความเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เช่นกันกับแผ่น HCSF: The Hot Club of San Francisco/ The Lady in Red นั้น เสียงจากเครื่องสายไม่ว่าจะเป็นไวโอลิน หรือกีตาร์ ฟังได้ชัดว่ามีความเป็นธรรมชาติมากขึ้นเนียนขึ้นอย่างรู้สึกได้

กับเสียงร้องก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นจากแผ่นบันทึกการแสดงสด The Summit-in Concert/ Frank Sinatra/ Dean Martin/ Sammy Davis Jr. หรือแผ่นบันทึกในสตูดิโออย่าง Umi Ushida/ The Way We Were ที่ว่ามีความธรรมชาติสูงนั้น ฟังหนนี้รู้สึกว่ามีความเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นกว่าเดิมไปอีก เบสก็รู้สึกได้ว่ากระชับขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่เสียงร้องนั้นฟังได้ว่าเปิดมากขึ้น

และที่สำคัญคือกับแผ่นของ Ushida นั้น สังเกตเพิ่มได้อีกประการคือ น้ำเสียงสะอาดสะอ้านขึ้น ชัดขึ้น กระจ่างขึ้นกว่าเดิมด้วย

สรุป

ต้องบอกว่าคุ้มค่าครับกับการใช้เวลาหมดไปกับการเอา “ เครื่องเคียง ” กลับมาเล่นอีกครั้ง

เป็นความคุ้มค่าที่มีความภูมิใจแฝงอยู่ในทีด้วย เพราะ-นี้, คืออุปกรณ์ที่เกิดขึ้นจากฝีมือคนไทยเรานี่เอง หาใช่ของที่มาจากต่างด้าวหรือจากต่างแดนที่ไหน

เกิดขึ้นมาจากโต๊ะเขียนแบบของคนหนุ่มนายหนึ่งในบ้านเรานี้เอง

ที่อยากจะกล่าวเพิ่มเติมก็คือ ระหว่างที่ลองอยู่นั้น ผมได้รับชุด Spike โลหะอีกชุดหนึ่งมาเปลี่ยน เพื่อลองเปรียบเทียบกับชุดอะครีลิกที่มาพร้อมกับแท่น ซึ่งชุดเดือยโลหะนี้เมื่อใส่เข้าไปแล้วจะทำให้แท่นสูงขึ้นกว่าการใช้เดือยอะครีลิกประมาณ 1 นิ้ว ผลที่ได้จากการใช้นั้นแทบจะไม่แตกต่างกันสักกี่มากน้อย แต่หากจำเป็นต้องเลือก ใจผมเอนไปข้างเดือยโลหะอยู่นิดๆ ตรงที่รู้สึกว่าน้ำเสียงจะอิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกหน่อย แต่มันก็อาจจะดูขัดหูขัดตาไปหน่อยอยู่เหมือนกัน เพราะส่วนอื่นมันเป็นอะครีลิกทั้งหมด

หากใครชอบเสียงดีด้วย แล้วต้องสวยด้วย จะเลือกเดือยอะครีลิกก็ไม่น่าจะมีอะไรผิดหวัง

และอยากจะย้ำว่า หากคุณพิถีพิถันกับน้ำเสียงในระดับที่ต้องการได้ประสิทธิภาพสูงสุดจากซิสเต็มที่ใช้อยู่แล้วล่ะก้อ อย่ามองข้ามแท่นรอง Rezet นี้ไปอย่างเด็ดขาด

ราคา :18,000.- บาท

ผู้ผลิตและจำหน่าย : Rezet

โทร. 0-2248-5855 ต่อ 3070-1